ตรวจสุขภาพลูก รู้ก่อน รู้ทัน ป้องกันโรค

0

ตรวจสุขภาพลูก รู้ก่อน รู้ทัน ป้องกันโรค การตรวจสุขภาพเด็ก มีความจำเป็นต่อเด็กไม่แพ้ผู้ใหญ่ “เด็กมักจะมีสมุดสุขภาพประจำตัว และหมอจะนัดมาพบเพื่อตรวจสุขภาพเป็นประจำอยู่แล้ว นับเป็นพื้นฐานที่สำคัญมากและเด็กทุกคนทั่วโลกต้องมี” เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจสุขภาพลูกน้อย

เด็กตรวจสุขภาพบ่อยแค่ไหน?

ลูกวัยทารกเป็นช่วงที่ยังไม่สามารถบอกอาการเจ็บป่วยได้ด้วยตัวเอง กระทั่งเด็กวัยเตาะแตะหรือเข้าเรียนแล้ว การอธิบายว่ารู้สึกเจ็บปวดหรือไม่สบายที่ใดบ้างก็ยังเป็นเรื่องยากอยู่ดี และเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ใหญ่ที่จะเข้าใจได้ถูกต้องเช่นกัน คุณหมอจึงแนะนำให้พาเด็กมาพบคุณหมอทุกครั้งที่คุณแม่สังเกตเห็นความผิดปกติ และถึงแม้จะยังไม่มีอาการแสดงอย่างชัดเจน ก็ควรพามาตรวจสุขภาพเป็นประจำ เพื่อลดความเสี่ยงจากโรคร้ายต่างๆ โดยพาลูกน้อยมาตรวจตามนัดหรือพาไปตรวจเมื่อลูกมีอายุครบตามกำหนดเวลา ดังนี้

1 เดือน > 2 เดือน > 4 เดือน > 6 เดือน > 9 เดือน > 12 เดือน > 15 เดือน > 18 เดือน > 2 ขวบ

หลังจาก 2 ขวบขึ้นไป คุณหมอแนะนำให้ตรวจสุขภาพปีละครั้ง เพื่อความมั่นใจ และหากลูกน้อยเจ็บป่วย จะสามารถรักษาได้ทันท่วงที

1. ตรวจสุขภาพร่างกายทั่วไปและการเจริญเติบโต

เช่น สัญญาณชีพ อุณหภูมิร่างกาย ความดันโลหิต ชีพจร การหายใจ น้ำหนัก ส่วนสูง และรอบศีรษะของทารกในช่วง 2 ปีแรก เนื่องจากเด็กมีการเจริญเติบโตและมีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

2. ประเมินภาวะโภชนาการ

สามารถตรวจได้ทั้งจากการเจริญเติบโต สัดส่วนร่างกาย การประเมินผลจากอวัยวะส่วนต่างๆ และการเจะเลือด เพื่อพิจารณาว่าลูกน้อยได้รับสารอาหารครบถ้วนเพียงพอหรือไม่

3. ประเมินพัฒนาการด้านพฤติกรรมและอารมณ์

เนื่องจากพฤติกรรมและอารมณ์ของเด็กจะเปลี่ยนแปลงไปตามวัย คุณพ่อคุณแม่จึงควรให้ลูกน้อยได้รับการประเมินจากคุณหมอ หากลูกน้อยมีปัญหาพัฒนาการล่าช้า หรือมีปัญหาในเรื่องของพัฒนาการทางสมอง การได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่ยังอยู่ในวัยเตาะแตะ (ก่อนเลยช่วงอายุ 3 ขวบ) ซึ่งสมองกำลังพัฒนาเต็มที่ จะสามารถทำการรักษาและช่วยกระตุ้นพัฒนาการให้เทียบเท่าหรือใกล้เคียงเด็กปกติได้ดีกว่า

4. ตรวจสุขภาพในช่องปากและฟัน

ลูก เบบี๋เพียง 1 ขวบคุณพ่อคุณแม่ก็สามารถพาไปหาทันตแพทย์สำหรับเด็กได้แล้ว เนื่องจากเด็กในวัยนี้มีฟันหลายซี่และสามารถเคี้ยวอาหารด้วยตัวเองได้ การพาไปพบทันตแพทย์ คุณแม่จะได้รับคำแนะนำดีๆ ในการดูแลสุขภาพปากและฟันของลูกน้อย เพื่อป้องกันปัญหาฟันผุของลูกน้อยได้ด้วย

5. ตรวจคัดกรองภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์และภาวะพร่องเอนไซม์ย่อยสลายกรดอะมิโนฟีนิลอะลานีน

การตรวจคัดกรองทั้งสองภาวะนี้ควรตรวจตั้งแต่แรกเกิด (ในช่วง 1-2 เดือนแรก) เนื่องจากภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์และภาวะพร่องเอนไซม์ หากไม่ได้รับการรักษาตั้งแต่ช่วงแรกเกิด จะทำให้เด็กมีพัฒนาการล่าช้าตลอดชีวิต ซึ่งถือเป็นการพลาดโอกาสที่น่าเสียดายมาก

6. ตรวจคัดกรองภาวะซีดหรือภาวะการขาดธาตุเหล็ก

เป็นการตรวจเช็กความสมบูรณ์ของเลือด ในช่วงวัย 6-9 เดือน ซึ่งคาบเกี่ยวอยู่ระหว่างการรับสารอาหารจากนมแม่เพียงอย่างเดียวและความต้องการของร่างกายที่ต้องการสารอาหารมากกว่านมแม่ เด็กในวัยนี้หากกินนมแม่เพียงอย่างเดียว หรือได้รับอาหารเสริมไม่เพียงพอเหมาะสม อาจขาดธาตุเหล็กซึ่งทำให้เกิดภาวะซีดได้

7. ตรวจการได้ยิน

เด็กควรได้ตรวจคัดกรองการได้ยินตั้งแต่แรกเกิด เนื่องจากการได้ยินสัมพันธ์กับการพูด หากเด็กบกพร่องในการได้ยิน จะส่งผลให้มีปัญหาไม่พูดหรือพูดช้าตามไปด้วย หากหมอตรวจพบตั้งแต่เนิ่นๆ เด็กจะได้ใส่เครื่องช่วยฟังหรือมีการแก้ไขด้วยวิธีการอื่นๆ ให้เขาสามารถพูดได้เหมือนหรือใกล้เคียงกับเด็กปกติ

8. ตรวจสายตา

เด็กควรได้รับการตรวจสายตาก่อนเข้าโรงเรียนหรือประมาณ 4-5 ขวบ เนื่องจากเป็นวัยที่เด็กเริ่มให้ความร่วมมือในการตรวจแล้ว และเพื่อให้เด็กมีสายตาที่ดี พร้อมสำหรับการเรียนรู้ให้ทันเพื่อนๆ ที่โรงเรียน หากเด็กมีปัญหาสายตาสั้น ยาว หรือเอียง โดยที่ไม่ได้รับการแก้ไขก่อนช่วงนี้ อาจเกิดปัญหา “ตาขี้เกียจ” ส่งผลให้สายตาพิการตลอดชีวิตได้ นอกจากนี้โรคทางสายตาอย่าง “มะเร็งจอประสาทตา” ก็เป็นโรคที่สามารถตรวจพบและอาจรักษาไม่ให้โรคลุกลามได้ในช่วงวัยทารก

9. ตรวจปัสสาวะ

คุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกน้อยตรวจปัสสาวะสักครั้งเมื่ออายุ 4 ขวบ เพื่อคัดกรองโรคไตตั้งแต่กำเนิด ซึ่งไม่แสดงอาการป่วยในวัยเด็ก แต่ส่งผลระยะยาวกับลูก

Skin Test จำเป็นแค่ไหน

วิทยาการทางการแพทย์สมัยนี้ เพียงตรวจกับคุณหมอก็สามารถบอกได้แล้วว่า ลูกน้อยของเรามีโอกาสแพ้อะไรได้บ้าง เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่หลีกเลี่ยงสิ่งที่จะกระตุ้นโรคภูมิแพ้ให้ลูกน้อย คุณประโยชน์ของการตรวจ Skin Test ฟังดูน่าสนใจ แต่หากลูกน้อยไม่มีประวัติการป่วยเป็นภูมิแพ้ ไม่มีความเสี่ยง และไม่มีอาการใดๆ ที่จะทำให้คุณพ่อคุณแม่กังวลใจได้ว่าลูกเป็นภูมิแพ้ คุณหมอก็ไม่แนะนำให้ตรวจทุกคน ควรพาลูกมาตรวจเฉพาะเมื่อมีอาการแสดงผิดปกติ เช่น มีความผิดปกติเรื่องการหายใจและผิวหนัง เพราะนอกจากลูกจะเจ็บตัว ยังเป็นการเสียเงินโดยไม่จำเป็นด้วยค่ะ

Related Posts

© All Right Reserved
Proudly powered by WordPress | Theme: Shree Clean by Canyon Themes.